สรุปค่าลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาปี 2567 รวมมาให้แล้วในโพสเดียว!

ทำงานแปป ๆ ก็จะสิ้นปีกันแล้ว อย่าลืมวางแผนภาษีกันด้วยนะครับ!

โพสนี้เราสรุปค่าลดหย่อนต่าง ๆ มาให้เพื่อน ๆ นำไปวางแผนภาษีแล้ว

โดยรายละเอียดของค่าลดหย่อนแบ่งเป็นดังนี้ครับ

สรุปค่าลดหย่อนภาษีปี 2567

ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส: 60,000 บาท (หากคู่สมรสไม่มีรายได้)
  • ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร: หักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์ (ในกรณีครรภ์ลูกแฝดจะนับเป็นครรภ์เดียว) หากสามีและภรรยายื่นภาษีทั้งสองฝ่าย สิทธิลดหย่อนนี้จะให้แก่ภรรยาเท่านั้น โดยสามีสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ก็ต่อเมื่อภรรยาไม่มีรายได้
  • ค่าลดหย่อนบุตร:
    • บุตรคนที่ 1 ลดหย่อนได้ 30,000 บาท
    • บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน (สำหรับบุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561)
  • ค่าลดหย่อนบิดามารดา: 30,000 บาทต่อคน สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท โดยบิดามารดาต้องอายุเกิน 60 ปี และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท (พ่อแม่บุญธรรมไม่นับ)
  • ค่าลดหย่อนอุปการะผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ: 60,000 บาทต่อคน และผู้พิการจะต้องไม่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี

ค่าลดหย่อนประกัน/การออม/การลงทุน

  • เบี้ยประกันชีวิต (อายุกรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป): ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 25,000 บาท โดยเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยบิดา มารดาต้องมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่จำเป็นต้องอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป
  • เงินประกันสังคม: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 9,000 บาท
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF): ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF): ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
  • เงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท รวมกับ RMF และ SSF
  • เงินลงทุนในกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 200,000 บาท และ 15% ของรายได้
  • การลงทุนในธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม Social Enterprise: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท
  • กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยื่น (Thai ESG): ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

ค่าลดหย่อนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

  • EASY E-RECEIPT 2567: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาท ตามที่จ่ายจริง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2567
  • เที่ยวเมืองรอง 2567: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท ตามที่จ่ายจริง
  • ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท
  • ค่าก่อสร้างบ้านใหม่ (2567-2568): ลดหย่อนได้ 10,000 บาทต่อค่าก่อสร้างจริงทุก 1 ล้านบาท (รวม VAT) แต่จำกัดค่าก่อสร้างบ้านใหม่ไม่เกิน 1 หลัง สูงสุดไม่เกิน 10,000,000 บาท (ค่าลดหย่อนสูงสุดรวมแล้ว ไม่เกิน 100,000 บาท) เฉพาะค่าก่อสร้างบ้านใหม่ตามสัญญาจ้างที่ได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2567 – 31 ธันวาคม 2568

ค่าลดหย่อนบริจาค

  • เงินบริจาคทั่วไป: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อนทั้งหมด เมื่อรวมกับค่าบริจาคการศึกษา กีฬา และโรงพยาบาลรัฐแล้ว
  • เงินบริจาคเพื่อการศึกษา, กีฬา และโรงพยาบาลรัฐ: ลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนภาษี
  • เงินบริจาคให้พรรคการเมือง: ลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาท

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ นะครับ อย่างนึงที่ต้องระวังคืออย่ายึดแต่ประโยชน์ทางภาษีเป็นตัวตัดสินใจหลักในการลดหย่อน แต่ให้เอาเป้าหมายการเงินอื่น ๆ ของเราตั้ง แล้วหากมีตัวเลือกไหนที่ให้ทั้งเป้าหมาย และประโยชน์ทางภาษีกับเราด้วย ค่อยเลือกตัวนั้นครับ 🙂

หากมีข้อสงสัยตรงไหน หรืออยากจะให้ช่วยวางแผนภาษีบุคคลธรรมดาสามารถทักเข้ามาในเพจ Isara Wealth การเงิน และการลงทุน ได้เลยครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save